| [TIK]'s profileHIKARI NO TSUBASAPhotosBlogLists | Help |
|
September 20 Tokyo หรรษาว่าจะมาอัพเดทblog (เเต่ด้วยความขี้เกียจ 55+ เลยอัพเดทช้าไปหน่อย)
วันที่ 3-13 กันยายนที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสบินไปไกลกว่าประเทศเพื่อนบ้านเป็นครั้งเเรก(55+ อ่านจากการเดินทางครั้งก่อนๆก็จะเห็นว่าบินเเบบเเกว่งลูกตุ้มอยู่เเถวบ้านพี่เมืองน้องทั้งนั้น) ด้วยเหตุที่ต้องไปสัมมนาโปสเตอร์ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ โตเกียว ญี่ปุ่น (จริงๆเเล้วไม่ต้องไปก็ได้ฝากรุ่นพี่ไปเเปะไปพูดก็ได้ เเต่ไหนๆก็ไหนๆ ขอหนูบินเถอะ เเม้จะไร้กำลังทรัพย์สนับสนุนก็ตาม T T) ว่าเเล้วก็เตรียมตัวเดินทาง ก่อนอื่นก็ต้องหาตั๋วก่อน ทางเเลปใจดีก็ช่วยออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ส่วนหนึ่ง เเละทางComference ก็ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้อีกส่วนหนึ่ง ทำให้การเดินทางครั้งนี้ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ขอบคุณมากๆค่ะ T T ซึ้งงง~
วันเเรกออกเดินทางจากบ้านเเต่เช้าตรู่ เรียกว่าดึกดื่นน่าจะดีกว่า - -'' เครื่องออกหกโมงเช้าเเต่ไปสนามบินล่วงหน้าซะหน่อย เนื่องด้วยเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการลอบวางระเบิดในเครื่องบินที่ออกข่าวอย่างครึกโครมทำให้มีการตรวจเข้มเเบบสุดๆ ห้ามเอาของเหลวขึ้นเครื่องห้ามเอาเจล บลา บลา~ ไอ้เราก็ว่ารื้อออกไปใส่กระเป๋าใหญ่หมดเเล้วนา ไม่น่ามีเหลือ พอก่อนขึ้นเครื่องเจ้าหน้าที่สายการบิน (Northwest) ก็มาตรวจอีกรอบ เหวอ ลืมไปว่าลิควิดเปเปอร์ก็ของเหลว ในที่สุดเค้าก็จับโยนน้องลิควิดของเราออกจากเป้ไปอย่างไม่ไยดี โอ๋ลาก่อนน้องลิควิด หลังจากนั้นก็ปล่อยเราไปขึ้นเครื่อง (ตรวจเเล้วตรวจอีกจริงๆ - -) พอไปนั่งบนเครื่องก็เตรียมหลับ เเต่เจ้ากรรมคุณพนักงานทำงานดีมากเดินไปเดินมาเสริฟอาหารให้กับผู้โดยสารตลอด จะหลับได้ไหมเนี่ยยยย ว่าเเล้วเวลาก็ล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว (ถึงจะยากเเก่การหลับเเค่ไหนเราก็หลับ 55+) เครื่องถึงสนามบินนาริตะจนได้ (ที่ต้องบอกว่าจนได้ก็เพราะสยองไอ้กัปตันเนี่ยเเหละเอาเครื่องลงได้น่ากลัวมาก T T สยองจริงๆ เหมือนนั่งไวกิ้ง ไอ้เราก็รู้สึกอยากจะอ้วกอยู่เเล้วด้วย งึมๆ) ลงจากเครื่องก็เตรียมตัวเข้าเมือง สนามบินนาริตะกับเมืองโตเกียวนั้นอยู่ไกลกันมาก ไกลจริงๆต้องขึ้นรถไฟต่อรถไฟใต้ดินเดินอีกสามตลบ (ลากไอ้กระเป๋าใบใหญ่ๆไปด้วย เหอๆ อย่างเหนื่อย) พอถึงที่พักก็เตรียมเดินทางไปวาเซดะต่อ เพื่อไปกินข้าวเย็น (55+ ลงทะเบียนเเล้วต้องเอาให้คุ้ม) เนื่องด้วยไปสายเนื่องด้วยหลงทาง - - (เเต่มีคนใจดีพาน้องหมามาเดินเล่นเดินไปส่งถึงหน้ามหาลัยเลย โหใจดีโคตรๆ) พูดถึงคนใจดี เจอคนใจดีตลอดทางเลย (ปลื้ม) มีตั้งเเต่คนช่วยบอกทาง ช่วยถือกระเป๋า (ใบใหญ่มากจริงๆ เขิน) หลังจากอิ่มเเล้วก็กลับที่พัก ใน conference เห็นผู้คนมากมายที่เป็นฝรั่งเเล้วเหนื่อย - - ฟังก็ไม่ออก ไม่รู้จักใครเลยอีกต่างหาก รีบกินก็เลยอยากรีบกลับ หะๆ การเข้าสังคมทำให้เหนื่อยจริงๆ - -
ตั้งเเต่วันที่ 3-8 ก็เข้า conference เรื่อยๆ เเบบเข้าครึ่งวันเช้า อีกครึ่งวันบ่ายเที่ยว (55+) เพราะงั้นไปเที่ยวบ่ายเดินจนถึงดึกพอเช้ามาเข้า conference ก็เหนื่อยเเละหลับ เเหะ ๆ ช่างไม่ได้ไรเล้ย (เขินเจออาจารย์ใน conference ก็เขิน เพราะรู้สึกผิด "เง้อหนูมาหลับอีกเเล้วค่ะอาจารย์" 55+) ส่วนวันที่ 7 ที่มีพรีเซนต์โปสเตอร์ก็เอามาเเปะเเต่เช้า พอถึงเวลาพรีเซนต์ก็ยืนพูดๆ(พูดจนคอเเห้ง ยึดหลักพูดเร็วเข้าข่ม ถามไรมา ไม่เข้าใจก็ซัดประโยคpatternที่เตรียมมาเมื่อคืน 55+) เรื่องเกี่ยวกับการประชุมก็มีเเค่นี้คร่าวๆ (เอ๊ะน้อยไปป่าว 55+) หลังกินข้าวที่โรงอาหารของวาเซดะเเล้ว (เรียกว่าห้องอาหารน่าจะดีกว่าโคตรหรู อาหารที่เลี้ยงก็หลากหลายเยอะเเยะ เเต่จะกินหมดก็เดี๋ยวจะเดินไม่ได้) ก่อนออกเดินทางก็เดินไปจิกน้ำชาโรงอาหารซะหน่อย (เเจกน่ะ มีให้เลือกเยอะ เเต่เนื่องด้วยอ่านภาษาญี่ปุ่นออกน้อยมา - - เเทบอ่านไม่ออกเลยดีกว่าก็เลยเลือกหยิบที่พออ่านออกมา เช่น โค๊ก นามาชะ 55+) เตรียมตัวพร้อมก็ออกเดินทาง
บ่ายวันที่ 4 เพื่อนที่เเสนน่ารักทั้งสอง โจ้ ประเสริฐ นำทีม(ลูกทีมก็เรากะพี่เปิ้ล)พาเที่ยวย่านอาซาคุสะ โอไดบะ เเล้วจบด้วยที่ว่าการโตเกียว (จำลำดับการเที่ยวไม่ค่อยได้เเหะ) ที่อาซาคุสะมีวัดsenjojiที่มีโคมเเดงอันใหญ่ๆเเขวนอยู่ อยู่ใกล้ๆกับย่านตลาดเเหล่งชอปปิ้ง ueno เเละ เเหล่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอากิฮาบาร่า เรียกได้ว่าประเดิมโตเกียวด้วยการเดินเเบบทรหดกันเลยทีเดียว ที่uenoมีตึกม่วงที่ขายของเยอะมาก ถ้าจะหาของฝากมาที่นี่ได้เลยของราคาถูก (ถูกญี่ปุ่นนะค่ะไม่ใช่ถูกราคาไทย T T) พอเดินเที่ยวเเบบเเสกนครบย่านเเล้วก็นั่งรถไฟต่อไปที่โอไดบะด้วยรถไฟสายยูริคาโมเมะ(จำชื่อได้เพราะว่าชื่อดูน่ารักมาก 55+) โอไดบะเป็นเกาะที่เกิดจากการถมทะเลออกไปสร้างเป็นเกาะขึ้นมา มีเเหล่งชอปปิงเเหล่งโชว์นวัตกรรมต่างๆมีที่จัดเเสดงสินค้า มีห้างที่เเต่งห้างอย่างกะถนนในกรุงโรมเลยทีเดียว (เพดานเป็นฉากท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีได้ตามเวลาอีกต่างหาก โคตรเท่) พอเดินจนครบเเล้วก็เเวะกินข้าวกันซะหน่อย ข้าวมื้อเเรกที่ต้องจ่ายควักตังค์จ่าย(เช้ากินโรงเเรมบ่ายกินที่วาเซดะ) เป็นราเมงผสมคอลาเจน เเม่เจ้า โคตรมัน มันมากพอตั้งทิ้งไว้นี่ตักไขขึ้นมาได้เป็นวุ่นเลย เเถมเค็มอีกต่างหาก - - ไม่อร่อยเลยยยยย (เเต่นี่คือรสราเมงอร่อยที่นี่เเล้วมั้ง งึมๆ) กินเสร็จยังดึกไม่พอ 55+ ก็ลากเพื่อนให้พามาที่ชินจูกุ ที่มีตึกที่ว่าการโตเกียวอยู่ หรูมากๆมีจุดชมวิวให้ขึ้นฟรีด้วย ตึกนี้มีลักษณะเป็นตึกเเฝดสูงราวๆ 250-300เมตร (ไม่สูงเท่าโตเกียวทาวเวอร์ที่สูง 333 เมตร) เเต่ก็มองเห็นได้ทั่วเมืองเลยทีเดียว (จากภาพประกอบที่เค้าเเปะไว้ ดูเอง เห็นเเต่ไฟกับเมฆ - -) เดินดูเสร็จเเล้วก็เเยกย้ายกลับบ้าน ซึ้งเพื่อนๆที่พาเที่ยวจริงๆช่างเป็นคนดี ^ ^ ถึงที่พักก็กลิ้งตายด้วยความปวดขา (เดินเยอะอ่ะ)
ว่าวันที่เดินเที่ยววันเเรกปวดขาเเล้ว โอ๋เเม่เจ้าเทียบไม่ได้กับอีกสี่วันที่เหลือเลย โปรเเกรมเดินมาราธอน สี่วันที่เหลือนำทีมโดยท่านอาจารย์(ซึ้งค่ะ ปล. phase หลังไว้ค่อยมาโม้ต่อ เหนื่อยเเล้ว ทีนี้ไปนอกเมืองมั้งกับสามวันที่เหลือ ^ ^ เที่ยวหนุกหนาน+ปวดขาอย่างเมามันในโตเกียวก็จบลงเเค่นี้ก่อน TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://tikky154.spaces.live.com/blog/cns!552FACB78DD5F511!290.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|