| Профиль пользователя [TIK]HIKARI NO TSUBASAФотографииБлогСписки | Справка |
|
ноября 18 สัมมนาฮานอย(ไม่ไปไม่รู้ - -')"คราวนี้ไปฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนามล่ะ"
คิดในใจว่าอยากไปดูจังเลยว่าเมืองประเทศเขาจะเป็นไงมั้ง ประเทศเพื่อนบ้านเราจะเหมือนเราหรือเปล่า
ว่าเเล้วก็ออกเดินทางไปด้วยสายการบินเเบบ low cost (อีกเเล้วเเหะ) สายการบินพวกนี้จะเป็นสายการบินที่ถูกมากเลยนะ ถ้าจองเเต่เนิ่นๆ อาจได้ไปประเทศใกล้ๆในราคาเเค่ไม่ถึงพันบาท(999อ่ะเเหละ) เเต่สายการบินlow cost นี้ไม่มีบริการน้ำเครื่องดื่มเเละอาหาร มีเเต่ขายเท่านั้น ราคาก็เเพงกว่าซื้อภาคพื้นดินประมาณ 2 เท่า อ่อ เเล้วก็อย่าเอาขึ้นไปกินด้วย ไม่งั้นอาจโดนด่าได้(เเอร์สาวๆโหดมาก - -' เเต่ถ้าไม่สนก็เเอบๆเอาขึ้นไปเหอะ อิอิ)
จากกรุงเทพไปฮานอยใช้เวลาเเค่ประมาณ 1ชม. 50 นาทีเอง เร็วมากเลย นอนยังไม่หายง่วงเลย พอเห็นสนามบินเขาจะเริ่มเเปลกใจว่า เอ๊ะนี่มันสนามบินเเห่งชาติเเล้วหรอเนี่ย (เล็กว่ามาบุญครองอีกอ่ะ - -')
เช็คกระเป๋าเสร็จก็เตรียมตัวเข้าเมือง นั่งเเท็กซี่เข้าเมืองเคยเห็นคนที่มาบอกว่าไม่น่าจะเกิน 30 นาที เเต่เอ๊ะนั่งๆไปเเล้วไมมันไม่ถึงซักทีหว่า สรุปเสียไป 15 ดอลล่าห์(คิดในใจเฮ้ยไมเเพงจัง) เริ่มรู้สึกว่าถูกหลอกก็งานนี้เนี่ยเเหละ ด้วยความอยากรู้ว่าโดนหลอกจริงไหม ตอนเช็คอินก็ไปถามreceptionว่าปกติเขาเสียเงินกันเท่าไหร่ เขาบอกว่าไม่เกิน 12 ดอลล่าห์เเน่นอน ง่าเซ็งเลย ระหว่างทางก็ประสบกับการจราจรอันน่าปวดหัวโดนรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้าเเบบจะๆไปหลายรอบ เเล้วก็เสียงบีบเเตรตลอดทาง(อยากจะถามจริงจริ๊ง บีบทำไมเนี่ย ข้างหน้าไม่มีรถขวางซักคัน) เข้าที่พักเเล้วก็หาเเผนที่ก่อนเลย ที่สนามบินไม่มีเเจกเขาบอกว่าเเผนที่ฮานอยหมด (เอ๊ะ หมดได้ไงเนี่ย) เลยต้องมาซื้อเเผนที่ที่โรงเเรมเเทน
เเล้วหลังจากนั้นก็ไปถนนสามสิบหกสายเพราะว่าอาจารย์ยังไม่มากัน(อาจารย์มาเที่ยวดึก)ก็เลยไปเที่ยวกันก่อนเลย(เเหม่ เน้นเที่ยวจริงๆเเหะ เขิน) นั่งรถเเท็กซี่ไปเอาอีกเเล้วเจอไป 5 ดอลล่าห์ง่ะ เริ่มท่าไม่ดีเเหะ ก่อนออกจากโรงเเรมก็เช็คอัตราเเลกเปลี่ยนมาเเล้วนะเเต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะว่าพอตอนจ่ายเงินถ้าเห็นว่าไม่ใช่คนประเทศเขา ตอนเเรกก็เเลกเเต่เงินดอลล่าห์ไปซะด้วย เพราะเห็นเขาว่ากันว่าเงินดอง(หน่วยเงินเวียดนาม 15800 ดอง = 1 ดอลล่าห์)เเลกกลับเเล้วขาดทุนสุดๆ
ถนนสามสิบหกสายเป็นเหมือนกะเยาวราชสำเพ็งบ้านเรานั่นเเหละจะมีของขายส่วนใหญ่เป็นของจีนกะของไทย(!) หาของที่เป็นของประเทศเขาไม่ค่อยได้เลยเเหะ ต้องไปดูที่เป็นร้านๆ(ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านของทางการเวียดนามเขา) ร้านพวกนี้จะดีกว่าหน่อยตรงที่อย่างน้อยเขาก็มีเเปะราคาที่เเน่นอน ต่อรองราคาได้บ้าง ตอนขากลับก็นั่งเเท็กซี่กลับ เพราะไม่ค่อยเเน่ใจทางเท่าไหร่ เเผนที่ก็ไม่มีscaleบอก โดนไปอีก 10ดอลล่าห์ทั้งที่มิเตอร์เเท็กซี่คิดเป็นราคาดอลล่าห์เนี่ยมันเเค่ 7-8 ดอลเท่านั้น
พอตอนดึกๆ ไปหาพวกอาจารย์ที่ที่พัก อาจารย์ก็พาไปกินข้าว(คือถ้าให้เข้าไปกินเอง จะไม่กล้าเลย เพราะร้านเค้าหน้ากลัวอ่ะ 55 หน้าร้านจะมีจานที่เป็นพวกเนื้อวางอยู่หลายจาน เราก็ดูไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นเนื้ออะไร) ดีที่อาจารย์เจออาจารย์ที่เป็นเจ้าภาพจัดงานให้เขาพาไปหาร้านข้าวกิน ร้านที่เดินผ่านๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขนมปังเเบบที่เป็นขนมปังฝรั่งเศล กับร้านก๋วยเตี๋ยวที่นี่เค้าเรียกกันว่า 'เฟ้อ' คือให้เลือกเส้นเลือกเนื้อ ตอนสั่งนี่ รีบบอกอย่างรวดเร็วว่าเอาเเต่เนื้อหมูค่ะไม่เอาอย่างอื่นเด็ดขาด ตอนที่ถามราคารวมๆว่ากินกันไปเนี่ยราคาเท่าไหร่ ตอนเเรกให้อาจารย์เวียดนามถามราคาให้ มันเเค่ 90,000 เอง เเต่พออาจารย์เวียดนามขอตัวไป เเล้วเราก็สั่งพวกน้ำกับโค้กเพิ่มอย่างละเเค่สองกระป๋อง ตอนเรียกมาเก็บเงินราคามันพุ่งไป 150,000ดองเลย (เขาบอกว่า โค้กอ่ะ 10,000ดอง น้ำเปล่า 10,000ดอง) คิดในใจเฮอ โดนอีกเเล้ว เริ่มทนไม่ได้พอกลับที่พักรีบไปเเลกเงินดองมาเก็บไว้เลย
วันรุ่งขึ้นก็เดินไปโรงเเรมที่มีสัมมนา มีอาจารย์จากญี่ปุ่นมาพูดเกี่ยวกะหัวข้อที่สนใจจะทำทรีซิสด้วย เห็นสไลด์เค้าเเล้วไมประเทศญี่ปุ่นมีอุปกรณ์กะหัวข้อเยอะอย่างงี้เนี่ย เเล้วก็ตามด้วยอาจารย์ท่านอื่นๆ พรีเซนต์อ่อ งานสัมมนานี้เป็นความร่วมมือขององค์การAUN_SEEDNET กับ JICAที่จะเผยเเพร่ความรู้เเละให้เงินสนับสนุนเเก่นักเรียนประเทศเพื่อนบ้านที่สนใจมาเรียนประเทศไทยโดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้สนับสนุนร่วมด้วย(เเต่จริงๆเราก็ไม่รู้เรื่องนี้เท่าไหร่เเหะ) หัวข้อที่ทำการพรีเซนต์สัมมนากันหลากหลายมากๆ เเต่ละประเทศก็เน้นไปคนละทางเลย (เออ ข้ามคิวเราพรีเซนต์ไปดีกว่าเเหะ - -')เเล้วพอสัมมนาเสร็จก็มีงานเลี้ยงรับรองในงานเจอalumni ชาวเวียดนามที่เป็นศิษย์เก่าจุฬาฯด้วย พูดไทยชัดมากๆ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลย(หน้าตาคนเเถบประเทศใกล้เคียงกันหน้าตาก็คล้ายๆกันเลย) รู้เเม้กระทั่งว่าสามย่านมีอะไรอร่อย เยี่ยมไปเลยเเหะ (เเอบถามคำพวก โค้ก(โค-กะ) น้ำ(นู)เเล้วก็คำว่าราคาเท่าไหร่(บอน-ยู-เตียน)ภาษาเวียดนามไว้ด้วยกันโดนหลอกอีก ) พองานเลี้ยงเลิกก็ตามอาจารย์ไปเที่ยวในเมืองเพราะว่าอยากลองเดินสำรวจดูด้วย เเล้วจุดมุ่งหมายที่จะไปก็คือไอ้ถนนสามสิบหกสายนั้นเเหละ อาจารย์กะว่าถ้ามันดูไกลมากค่อยนั่งเเท็กซี่ไปก็ได้ เเต่ผิดคาดมันใกล้อ่ะ เดินไม่เหนื่อยเลยก็ถึงระยะทางประมาณ 6-7 กิโลเมตรเท่านั้น (เเล้วไอ้ตอนกลางวันนี้ราคาเเท็กซี่ที่เเพงเวอร์กับขับนานจัดนี่มันอะไรกัน!!)
พออีกวันก็ไปเที่ยวฮาลองเบย์ (ทัวร์ไปฮาลองนี้เเล้วเเต่ว่าอยากไปค้างคืนหรือไปวันเดียวกลับ ราคาไม่เเพงด้วย)เป็นเบย์ที่อยู่ไกลจากฮานอยมากนั่งรถไป 3 ชม.ครึ่ง ระหว่างทางก็มีเเวะร้านเหมือนศุนย์ศิลปาชีพของเขา(ราคาของเเพงกว่าในเมืองมาก) เเล้วก็จำเเบบ จำของไว้จะได้ไปหาซื้อในเมืองได้ราคาที่ถูกเเล้วก็เป็นของประเทศเขาจริงๆได้ งานศิลปะที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานฝีมือพวกงานปัก งานปักเขาจะไม่เหมือนของจีน หรือของเรา งานที่นี่จะออกเป็นงานปักเส้นยาวๆ มีหลายๆสีปักเป็นรูปสวยดีอ่ะ เเล้วก็มีงานเปลือกไข่ เขาจะเอาเปลือกไข่มาทำภาพ ตรงไหนที่อยากให้นูนก็เอาสีทาเเปะเปลือกไข่ลงไป อันนี้ก็สวย จากนั้นก็เดินทางต่อ
พอถึงท่าเรือ เขาจะพาเราลงเรือข้ามไปฮาลอง เส้นทางจะเป็นการวนรอบๆฮาลอง เราจะเเวะcaveที่หนึ่งก่อนเพื่อไปดูหินงอกหินย้อยในถ้ำ(จำชื่อเรียกไม่ได้เเหะ) จัดไฟกะเเสงสีได้สวยมากที่นี่มีตำนานเกี่ยวกับKing dragon หลงรักกับสาวงาม เเล้วเเต่งงานอยู่ด้วยกันในถ้ำ 7 วัน 7 คืน(ทำอะไรกันเนี่ย) เเต่เราจำได้เเค่นี้เเหละ เเหะๆ พอเสร็จเเล้วก็ร่องเรือไปจนถึง หมู่บ้านกลางทะเล มีครอบครัวอยู่ที่นี่ประมาณ 40 ครอบครัว เขาจะมีให้ลงเรือเล็กเพื่อเข้าไปในหุบเขา(มันต้องรอดช่องเข้าไปอ่ะ) จะเห็นเป็นภูเขาล้อมรอบเราตะโกนก็จะได้ยินเสียงก้อง ได้ยินเสียงลมเสียงน้ำด้วย (โห โรเเมนติกไหมละ อิอิ)
เเล้วก็นั่งเรือกลับไปที่ท่าเรือ อากาศก็เริ่มเย็นมากๆ วันเเรกกับวันที่สองอากาศต่างกันสุดๆ ของประเทศเขาเป็นฤดูใบไม้ร่วงอ่ะ เมื่อไหร่ประเทศไทยเราจะหนาวกับเขาบ้างเนี่ย รวมเเล้วทัวร์วันเดียวกลับนี้ใช้เวลาไปร่วม 12 ชม. เป็นเวลาบนรถซะส่วนใหญ่
มีที่เที่ยวอีกอย่างที่ไม่ได้ไปนั่นก็คือ การเเสดงหุ่นน้ำ เเสดงอยู่ที่เเถวๆ ถนนสามสิบหกสายนั้นเเหละ เเต่ว่าไม่เคยไปทันเลยกว่าจะถึงร้านก็ปิดไปเเล้ว(เเต่เเอบดูราคาไว้ ผู้ใหญ่ 40,000ดอง เด็ก20,000ดอง เผื่อใครอยากไปดู) เเล้วก็เตรียมตัวกลับบ้านวันรุ่งขึ้น ที่นี่ต้องเสียค่าภาษีสนามบินด้วย 14 ดอลล่าห์ ตอนรอเช็คอินขึ้นเครื่องก็เดินสำรวจสนามบินส่วนนอก เป็นท่าอากาศยานขนาดย่อมมีสามชั้น ข้างนอกgateมีร้านอาหารประมาณ 2ร้าน ส่วนในgateมีร้านอาหาร1ร้าน duty freeก็ราคาเเพงอ่ะ (เเล้วมันปลอดภาษีจริงหรอเนี่ย) ไอ้ที่ถูกก็มีเเหละ เเต่เราดูไม่เป็นอ่ะ พวกเครื่องสำอางอ่ะ อ่อ เเล้วก็พวกของที่ระลึกที่ขายในนี้เเพงกว่าข้างนอกหลายเท่าเลย ร้านduty free ติดกับ Gate เครื่องบินเลย ที่สนามบินนอยไบ(ชื่อสนามบินของฮานอย) มีGateอยู่ประมาณ 8 Gateเอง ที่น่าเเปลกอีกเรื่องคือ สายการบินที่นั่งกลับไม่มีการlateเลย(ปกติlateประจำ) เเถมก็ไม่มีใครมาสายด้วย ทุกคนขึ้นเครื่องเร็วมากจนทำให้สามารถออกเครื่องได้ตรงเวลาสุดๆ อีก1 ชม.50นาทีต่อมาก็ถึงดอนเมือง กลับบ้านไปนอนเตรียมตัวไปลอยกระทงต่อ(เย้ๆๆ เที่ยวๆ อิอิ) เป็นทริปที่มันส์ดี ได้อารมณ์ผจญภัยด้วย ถ้าไม่โดนโกงซะจนก็จะสนุกกว่านี้เเน่ๆ เอ ว่าเเต่ไม่ค่อยเน้นการสัมมนาเลยนะเนี่ย เเหะๆ ((^ ^')V Комментарии (4)Чтобы добавить комментарий, войдите с помощью идентификатора Windows Live ID (если используется учетная запись служб Hotmail и Xbox LIVE или программы Messenger, у вас уже есть идентификатор Windows Live ID). Войти Нет идентификатора Windows Live ID? Зарегистрироваться
Обратные ссылкиURL-адрес ссылки на эту запись: http://tikky154.spaces.live.com/blog/cns!552FACB78DD5F511!168.trak Блоги, ссылающиеся на эту запись
|
|
|